2007/Dec/08

กลิ่นลมหนาวโชยมาจากหน้าต่าง...พอดีกับที่พอลทบทวนความจำของตัวเองอย่างเชื่องช้า เหมือนอากาศเย็นที่เดินทางอย่างเนิบ ๆ แต่สวยงาม

"เราตื่นตี ๕ ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่นะ ?"

นี่อาจเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่เขาตื่นทันมองดวงตะวันสาดแสงและพรมความอบอุ่นลงมายัง โลกใบนี้ (ทั้ง ๆ ที่ทุกวันนี้มันก็ร้อนตับแทบไหม้อยู่แล้ว) หากแต่ว่าการตื่นแต่ "หัววัน"

แบบนี้ไม่ใช่เพราะตั้งใจจะตื่น แต่หากเพราะ "นอนไม่หลับ" ต่างหาก
อันที่จริง , วันนี้ควรเป็นวันที่เขามีความสุขที่สุด เนื่องจาก สเตลล่า -- ลูกสาวสุุดที่รัก ได้ลืมตา ดูโลกเมื่อ ๒๗ ปีที่แล้ว แต่ก็นั่นแหละ การเกิดมาของเด็กคนนึง ทำให้ภาระของเขาหนักขึ้น เป็น ๒ เท่า ! ลำพังแค่เป็นนักเขียนก็ใส้แห้งพอแล้ว (อย่างน้อยที่สุดก็มีอาหารทานครบ ๓ มื้อ)

นี่ยังต้องมาดูแลอีก ๑ ชีวิตที่น่ารักอีก , อย่างว่าแหละ...ชีวิตมีทางเลือกไม่มากเท่าที่ใจอยาก

พอลอาศัยอยู่ที่ประเทศไทยมานานพอสมควร ถึงขั้นที่ว่าสามารถใช้ภาษาไทยอ่านออกเขียนได้ อย่างไม่เคอะเขิน และการมีร้านขายหนังสือเล็ก ๆ ๒ ชั้น ร้านกาแฟเล็ก ๆ ๑ ร้าน บน ที่ดินค่าเช่ามหาโหดอย่างถนนสีลม ย่อมเป็นภาระหนักของเขาทุกทีที่สิ้นเดือนมาถึง... แต่ในภาระ อันแสนหนัก พอลกลับรู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด ที่ไม่มีนักข่าวมาตามราวี ไม่มีช่างภาพมา ถ่ายรูป และอย่างน้อยที่สุด

เขาได้ใช้ชีวิตกับตัวเองเต็มที่...

ที่บ้านเกิดอย่างอังกฤษ , หากเดินตามถนน เขาอาจโดนรุมทึ้ง แย่งกางเกงสแล็ก หรือ ผ้าพัน คอ เนื่องจากทุกคนรู้ว่าเขาคือผู้ที่ถือยศชั้นอัศวินของประเทศ (หรือที่เรียกกันโก้ ๆ ว่า ท่าน เซอร์) แต่ที่นี่ -- ประเทศเล็ก ๆ ที่รับความเจริญมาแบบผิด ๆ อย่างประเทศไทย -- จะมีสักกี่คนในยุคนี้ที่รู้ว่า The Beatles เป็นวงดนตรีระดับโลก

อากาศเย็นลง อาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า เหลือเพียงแค่แสงสลัว ๆ ...

บุหรี่มวนแรกถูกจุดขึ้นหน้าร้านกาแฟของเขาโดยเด็กหนุ่มคนนึงที่มาแอบอ่านหนังสือในร้านเขา ประจำ -- อาจจะใช้คำพูดของอดีตนายกฯ จอมขี้โกงได้ว่า "ขาประจำ" -- และคงเป็นโชคดีของ พอลอีกเช่นกัน ที่ได้ค่ากาแฟจากไอ้หนุ่มนี่เป็น "ประจำ" เช่นกัน

การดื่มกาแฟและสูบบุหรี่ อาจเป็นลิขิตจากพระเจ้าให้มันมาเคียงคู่กัน แล้วยิ่งเพลง All Those Years Ago คลอเบา ๆ ไปด้วยแล้ว ยิ่งได้อารมณ์...

"สวัสดี ขอนั่งด้วยคน" เสียงจากชายวัยหกสิบกว่า ๆ เนิบช้า สำเนียงฝรั่ง และแฝงไปด้วยความ เยือกเย็น
 
"เชิญครับ คุณเป็นเจ้าของร้านอยู่แล้วนิ่" เด็กหนุ่มเชื้อเชิญพร้อมยื่นซองบุหรี่ยี่ห้อดังจากเยอรมันให้
 
"ขอบคุณนะ แต่ผมเลิกมันมา ๒๐ ปีแล้ว"
"เอาหน่อยนะครับ ถือว่านาน ๆ ที" เด็กหนุ่มรบเร้า พร้อมยื่นซิปโป้ให้

และแล้วบุหรี่มวนที่ ๒ ก็อยู่บนริมฝีปากของพอล...

"ผมเห็นคุณที่นี่บ่อย ชอบอ่านหนังสือล่ะสิ ?"
 
"ครับ ชอบมาก มากพอ ๆ กับที่ชอบ The Beatles"
"ไม่บ่อยนะ ที่จะเห็นคนรุ่นราวคราวเดียวกับคุณยังหลงไหลในดนตรีแก่ ๆ แบบนั้น"
"ดนตรีไม่มีวันแก่หรอกครับ มีแต่คนต่างหาก ที่แก่...โลกมันหมุนเร็วกว่าเดิม ก็แค่นั้น..."
"งั้นคุณก็คงรู้ว่าผมเป็นใคร..." พอลยิ้มแบบเจื่อน ๆ

"ครับ , ท่านเซอร์พอล แมคคาร์ตนี่ย์"

กาแฟแก้วแล้วแก้วเล่าหมดลง แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อาจจะเป็นมิตรภาพจากคนที่วัยแตกต่างกัน -- คนนึงเป็นถึงเซอร์ ส่วนอีกคนเป็นแค่ลูกชายของชนชั้นกลาง ที่ขวนขวายในสิ่งที่เขาชอบเสมอ

"วันนี้ผมไปวัดมาครับ" ชายหนุ่มเริ่มบทสนทนาอีกครั้ง หลังจากที่บุหรี่มวนสุดท้ายหมดลง
"โอ้ว ผมไม่คิดว่าจะมีชายหนุ่มคนไหนที่ยังศรัทธาในศาสนาอยู่"
"เปล่าศรัทธาหรอกครับ ผมแค่ไปทำบุญให้คนที่ผมชื่นชมมาตลอด"
"คน ๆ นั้นคงโชคดีมาก แต่ผมไม่แน่ใจน่ะสิว่าการทำบุญต่างศาสนามันจะถึงกันได้" ชายแก่ยิ้มมุมปาก

"เขาชื่อ จอห์น เลนน่อน"

ทันทีที่บทสนทนาจบลง พอลขอตัวจากเก้าอี้ไม้ ลุกเข้าไปในร้านหนังสือ ที่เพิ่งจะปิดลงเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน ไม่มีใครรู้ว่าเขาไปทำอะไร เด็กหนุ่มทำได้แค่นั่งงง และคิดไปต่างต่างนานา

หลังจากนั้น ๒๐ นาที พอลเดินออกมาพร้อมกับแผ่นเสียงไวนิลอันใหญ่ ปกเขียนว่า "Sgt. Pepper's Lonely Hearts Club Band " พร้อมด้วยหยดน้ำตาเล็ก ๆ บนแก้ม

"อ่ะ ผมให้คุณ"
"โอ้...ผมไม่รับได้ไหม? มันดูยิ่งใหญ่เกินไปหากจะเก็บแผ่นเสียงราคาเป็นพัน พร้อมกับลายเซ็นต์พวกคุณ"
"ไม่หรอก รับไว้เถอะ จอห์นคงดีใจ ที่ผ่านไปแล้ว ๒๗ ปี ยังมีคนนึกถึงเขาอยู่"
"จะมีแผ่นเสียงหรือไม่มีไม่ต่างกันหรอกครับ...จอห์นอยู่กับผมเสมอ และตลอดไป"

พลันที่หนุ่มคนนั้นหันหลังให้ พอลเดินมาตบไหล่เบา ๆ ...

"ถ้าคุณเจอจอห์น ผมฝากบอกเขาด้วยว่า...ผมยังรักเขาเสมอ ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน"

เด็กชายคนนั้นเดินจากไปพร้อมรอยยิ้ม...

 

 

ปล.เนื้อหา สถานที่ และบุคคลที่ใช้อ้างอิงในนี้ล้วนมีอยู่จริง ... แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องแต่งขึ้น
ปล.วันนี้เมื่อ ๒๗ ปีที่แล้ว (๘ ธันวาคม ๑๙๘๐) จอห์น วินสตัน เลนน่อน ถูกชายโรคจิต มาร์ค แชปแมน กราดกระสุนเข้าใส่ที่หน้าแฟลตดาโคต้า ในประเทศสหรัฐอเมริกา มีข้อสันนิษฐานหลายประการเกี่ยวกับการตายของจอห์น บ้างว่าเป็นคนโรคจิตจริง ๆ บ้างว่าเป็นแผนของ CIA ที่ต้องการจะเก็บผู้รณรงค์ต่อต้านสงคราม แต่อย่างไรก็ตาม จอห์น ได้กลายเป็นวีรบุรุษ และ สัญลักษณ์แห่งสันติภาพผ่านเพลง "Imagine" ไปเรียบร้อยแล้ว


Rest In Peace , John , I'm with you forever...

 

edit @ 16 Dec 2007 20:21:13 by Jobbo

Comment

Comment:

Tweet


กรูนึกว่าเซ็กสตอรี่ สาดดดดด
#10 by จิม (125.24.72.47) At 2008-01-20 01:29,
Does that boy refer to you?? :P
Very nice story... I can say.


Anyway,Thank you for all those Jazz info na ja.

hope to see ya!
#9 by nOk (58.10.198.205) At 2007-12-18 21:40,
It's all 'imagine',

your story and sir John's idea :)
#8 by meikab (124.121.118.236) At 2007-12-14 22:46,
All those beautiful days.. and the music you played...we miss them everyday....your soul will never fade away..
#7 by Bossino (58.9.91.147) At 2007-12-12 02:19,
bueno
me gusta eh!
pensaba es tu historia jaja
#6 by "tArNZiERuLeZ (125.24.3.153) At 2007-12-11 21:59,
ฝีมือไม่เคยตกเลยนะ จ๊อบ

big smile
#5 by ฝน (125.24.67.171) At 2007-12-10 01:54,
I don't know where he is.
But I'm sure he'll get your messages.
#4 by kwnkw (124.120.77.119) At 2007-12-09 23:57,
Descansa en Paz,John.

Estoy contigo para siempre :)
#3 by ajiva (58.8.86.170) At 2007-12-09 01:29,
ขอแก้ : สเตลล่า แมคคาร์ตนี่ย์ ไม่ได้เกิดวันที่ ๘ ธันวาคม นะ - เขียนเพื่อให้สอดคล้องไปกับเนื้อเรื่องเท่านั้น
#2 by Jobbo At 2007-12-09 01:27,
อิริค แคลปตั้น อาจเป็นมือกีต้าฝีมือเยี่ยม
จิมมี่ เฮนดริก อาจเป็นศิลปินชั้นยอด
แต่ จอห์น เลนน่อน คือ "กวี"
#1 by Ben (203.131.213.8) At 2007-12-09 01:20,